Skip to main content

บริการกฎหมาย

ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เรียกสิทธิที่ถูกปฏิเสธให้กลับคืน

คำว่าไม่ได้เกิดจากการทำงานคือเหตุผลปฏิเสธที่พบมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่โต้แย้งสำเร็จบ่อยที่สุดเช่นกัน

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

ลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียสมรรถภาพ หรือถึงแก่ความตายเพราะงานมีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน ส่วนกรณีที่ไม่เกี่ยวกับงานใช้สิทธิประกันสังคม เมื่อถูกปฏิเสธหรือได้รับน้อยกว่าที่ควร ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในกำหนด และหากยังไม่เป็นผลจึงฟ้องต่อศาลแรงงาน เราจัดชุดหลักฐานทางการแพทย์และพยานในที่ทำงานให้ครบก่อนยื่น เริ่ม 15,000 บาท

เริ่ม ฿15,000 เริ่ม 15,000 บาทสำหรับขั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ คดีศาลแรงงานคิดตามจำนวนนัดพิจารณา · อุทธรณ์ 2–5 เดือน คดีศาลแรงงาน 6–14 เดือน

ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เรียกสิทธิที่ถูกปฏิเสธให้กลับคืน โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เรียกสิทธิที่ถูกปฏิเสธให้กลับคืน ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ลูกจ้างที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานหรือระหว่างเดินทางไปปฏิบัติงาน
  • ผู้ที่เจ็บป่วยจากสภาพการทำงาน เช่น สารเคมี ฝุ่น หรือเสียงดัง
  • ทายาทของลูกจ้างที่เสียชีวิตจากการทำงาน
  • ผู้ประกันตนที่ถูกปฏิเสธสิทธิว่างงาน คลอดบุตร หรือทุพพลภาพ
  • นายจ้างที่ถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มหรือถูกโต้แย้งเรื่องการขึ้นทะเบียนลูกจ้าง

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ตรวจสิทธิที่มีอยู่จริงทั้งสองกองทุนและระบุจำนวนที่ควรได้รับ
  • จัดชุดเอกสารทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงอาการกับลักษณะงานอย่างชัดเจน
  • คำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการที่ยื่นภายในกำหนดพร้อมพยานสนับสนุน
  • การฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยต่อศาลแรงงาน
  • คำแนะนำเรื่องการเรียกค่าเสียหายจากนายจ้างเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินกองทุน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา และผลตรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • แบบแจ้งการประสบอันตรายและเอกสารที่นายจ้างยื่นไว้
  • หลักฐานการจ้าง สลิปเงินเดือน และตารางเวลาทำงาน
  • คำวินิจฉัยที่ได้รับพร้อมซองหรือหลักฐานวันที่ได้รับ
  • ชื่อและคำให้การของเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 5 ขั้น

  1. 1

    แจ้งเหตุให้ทันกำหนดแม้อาการยังไม่ชัด

    การรอให้อาการหนักก่อนแจ้งทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุเกิดนอกงาน แม้ความจริงจะไม่ใช่

  2. 2

    ให้แพทย์เขียนรายละเอียดหน้าที่ที่ทำลงในเวชระเบียน

    ความเห็นแพทย์ที่ระบุว่าอาการสอดคล้องกับท่าทางหรือสารที่สัมผัสในงาน คือหลักฐานที่ชี้ขาดในชั้นอุทธรณ์

  3. 3

    นับวันอุทธรณ์จากวันที่ได้รับจริง

    กำหนดอุทธรณ์สั้นและเป็นเหตุที่ทำให้เรื่องจบโดยไม่ได้พิจารณาเนื้อหามากที่สุด

  4. 4

    เตรียมพยานร่วมงานตั้งแต่ต้น

    เพื่อนร่วมงานย้ายงานเร็ว การบันทึกคำให้การไว้ตั้งแต่แรกดีกว่าตามหาคนในอีกหนึ่งปี

  5. 5

    แยกสิทธิกองทุนออกจากการเรียกค่าเสียหายจากนายจ้าง

    เงินกองทุนไม่ครอบคลุมค่าเสียหายทุกประเภท ส่วนที่ขาดยังเรียกจากนายจ้างได้เมื่อมีความประมาทเลินเล่อ

บทวิเคราะห์เชิงลึก

ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เรียกสิทธิที่ถูกปฏิเสธให้กลับคืน ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

ระบบคุ้มครองลูกจ้างของไทยมีสองกองทุนที่คนทำงานส่วนใหญ่สับสนอยู่เสมอ กองทุนเงินทดแทนดูแลกรณีที่บาดเจ็บ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียว ส่วนกองทุนประกันสังคมดูแลกรณีที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน รวมถึงคลอดบุตร ว่างงาน ชราภาพ และเสียชีวิต ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิค เพราะมันกำหนดว่าผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินเท่าใดและได้จากที่ใด คำวินิจฉัยที่ระบุว่าเหตุไม่ได้เกิดจากการทำงานจึงเปลี่ยนจำนวนเงินที่ลูกจ้างจะได้รับอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นคำวินิจฉัยที่โต้แย้งสำเร็จได้บ่อยเมื่อมีหลักฐานทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงกับลักษณะงานอย่างชัดเจน

1. เส้นแบ่งระหว่างเกี่ยวกับงานและไม่เกี่ยวกับงาน

หลักที่ใช้ตัดสินคือเหตุนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือไม่ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโรงงานหรือในเวลาทำงานตามตาราง ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างออกไปส่งเอกสารตามคำสั่ง หรือระหว่างเข้าอบรมที่นายจ้างจัด ก็อยู่ในขอบเขตนี้ ในทางกลับกัน การเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานตามปกติโดยทั่วไปถือว่าอยู่นอกขอบเขต

กรณีที่ยากที่สุดคือโรคที่เกิดจากการสะสมเป็นเวลานาน เช่น อาการทางกล้ามเนื้อและกระดูกจากท่าทางซ้ำเดิม การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง หรือโรคทางเดินหายใจจากฝุ่นและสารเคมี โรคเหล่านี้ไม่มีวันเกิดเหตุที่ชี้ชัดได้ การพิสูจน์จึงต้องอาศัยประวัติการทำงานที่ละเอียด ผลตรวจสภาพแวดล้อมในสถานประกอบการ และความเห็นของแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชศาสตร์ ไม่ใช่ใบรับรองแพทย์ทั่วไป

อีกกลุ่มที่มักถูกปฏิเสธคืออาการทางจิตใจที่เกิดจากสภาพการทำงาน แม้จะเรียกร้องได้ยากกว่าการบาดเจ็บทางกาย แต่ก็ไม่ได้ถูกกันออกไปเสียทั้งหมด สิ่งที่ทำให้เรื่องมีน้ำหนักคือบันทึกการรักษาที่ต่อเนื่อง หลักฐานเหตุการณ์ในที่ทำงานที่ระบุวันเวลาได้ และคำให้การของเพื่อนร่วมงานที่รู้เห็น

2. สิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุ

สิ่งแรกคือแจ้งเหตุให้นายจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร แม้จะบอกด้วยวาจาไปแล้วก็ตาม ข้อความสั้น ๆ ที่มีวันเวลาและรายละเอียดเหตุการณ์ในช่องทางที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ มีค่ามากกว่าคำบอกเล่าในภายหลัง เพราะข้อพิพาทจำนวนมากเริ่มต้นจากการที่นายจ้างปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับแจ้ง

ประการที่สองคือให้แพทย์บันทึกลักษณะงานลงในเวชระเบียน หลายครั้งที่คำวินิจฉัยปฏิเสธเพราะเอกสารทางการแพทย์เขียนเพียงชื่ออาการโดยไม่กล่าวถึงสาเหตุ ผู้ป่วยควรเล่าให้แพทย์ฟังว่าทำงานอะไร ท่าทางแบบใด สัมผัสสารใด และขอให้บันทึกไว้ เพราะเอกสารฉบับนี้จะกลายเป็นหลักฐานหลักในชั้นอุทธรณ์

ประการที่สามคือเก็บชื่อและช่องทางติดต่อของเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์ไว้ทันที แรงงานในหลายอุตสาหกรรมย้ายงานบ่อย และการตามหาพยานหลังผ่านไปหนึ่งปีมักไม่สำเร็จ คำให้การสั้น ๆ ที่บันทึกไว้ตั้งแต่แรกพร้อมลายมือชื่อ ใช้ได้ดีกว่าความทรงจำที่เลือนไปแล้ว

3. การอุทธรณ์คำวินิจฉัยและการฟ้องศาลแรงงาน

เมื่อได้รับคำวินิจฉัยที่ปฏิเสธหรือให้น้อยกว่าที่ควร ขั้นตอนต่อไปคือยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในกำหนดเวลาซึ่งนับจากวันที่ได้รับคำวินิจฉัย ไม่ใช่วันที่ลงในเอกสาร ผู้รับควรเก็บซองหรือหลักฐานการรับไว้เสมอ เพราะเมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องวันเริ่มนับ เอกสารชิ้นนี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันได้

คำอุทธรณ์ที่ได้ผลไม่ใช่คำอุทธรณ์ที่ยาว แต่คือคำอุทธรณ์ที่ตอบตรงเหตุผลที่ถูกปฏิเสธ หากถูกปฏิเสธเพราะเห็นว่าไม่เกี่ยวกับงาน ก็ต้องทุ่มไปที่หลักฐานความเชื่อมโยงกับงานทั้งหมด ไม่ใช่บรรยายความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่งแม้จะจริงแต่ไม่ใช่ประเด็นที่คณะกรรมการวินิจฉัย

หากผลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่พอใจ ขั้นต่อไปคือฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยต่อศาลแรงงาน ซึ่งเป็นศาลที่ออกแบบให้ลูกจ้างเข้าถึงได้ ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม และผู้พิพากษามีบทบาทในการค้นหาความจริงมากกว่าคดีแพ่งทั่วไป ข้อควรระวังคือกำหนดเวลาฟ้องซึ่งสั้นเช่นกัน และเริ่มนับตั้งแต่ทราบผลอุทธรณ์

4. สิทธิที่เรียกได้เพิ่มจากนายจ้างนอกเหนือจากกองทุน

เงินจากกองทุนเงินทดแทนคำนวณตามสูตรที่กฎหมายกำหนดและมีเพดาน จึงมักไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดที่ลูกจ้างได้รับจริง โดยเฉพาะกรณีที่สูญเสียอวัยวะหรือความสามารถในการทำงานถาวร เมื่อพิสูจน์ได้ว่านายจ้างประมาทเลินเล่อ เช่น ไม่จัดอุปกรณ์ป้องกัน ไม่ซ่อมเครื่องจักรที่ชำรุด หรือให้ทำงานเกินความสามารถ ลูกจ้างเรียกค่าเสียหายส่วนที่ขาดเพิ่มได้อีกทางหนึ่ง

การเรียกร้องสองทางนี้ไม่ขัดกัน แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการชดใช้ซ้ำซ้อนในรายการเดียวกัน ศาลจะพิจารณาว่าส่วนใดได้รับไปแล้วจากกองทุนและหักออก สิ่งที่มักเหลือให้เรียกได้คือความเสียหายที่กองทุนไม่ครอบคลุมโดยสภาพ เช่น ความทุกข์ทรมานทางกายและใจ และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว

สำหรับฝ่ายนายจ้าง การป้องกันที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การโต้แย้งคำเรียกร้อง แต่คือเอกสารที่แสดงว่าได้จัดอบรมความปลอดภัย แจกอุปกรณ์ป้องกัน และตรวจสอบเครื่องจักรตามรอบจริง สถานประกอบการที่เก็บบันทึกเหล่านี้เป็นระบบมักจบเรื่องได้ในชั้นเจรจา ส่วนที่ไม่มีเอกสารเลยมักต้องยอมรับข้อเท็จจริงตามที่ลูกจ้างกล่าวอ้าง

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ตรวจสิทธิและจัดเตรียมชุดเอกสารทางการแพทย์ไม่มีค่าธรรมเนียม15,000–25,000 บาทค่าขอสำเนาเวชระเบียนจากโรงพยาบาลจ่ายตามจริง
อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการไม่มีค่าธรรมเนียม20,000–40,000 บาทรวมการจัดทำคำให้การพยานร่วมงาน
คดีศาลแรงงานยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม45,000 บาทขึ้นไปคดีที่ต้องใช้พยานผู้เชี่ยวชาญมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

การสูญเสียการได้ยินที่ถูกปฏิเสธในครั้งแรก

สถานการณ์
พนักงานในสายการผลิตถูกวินิจฉัยว่าสูญเสียการได้ยินบางส่วน แต่คำวินิจฉัยระบุว่าเกิดจากอายุที่มากขึ้น
สิ่งที่เราทำ
จัดหาผลตรวจระดับเสียงในพื้นที่ปฏิบัติงาน ประวัติการทำงานสิบสองปีในตำแหน่งเดิม และความเห็นแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ประกอบการอุทธรณ์
ผลที่ได้
คณะกรรมการกลับคำวินิจฉัยเดิมและรับรองสิทธิได้รับเงินทดแทน

อุบัติเหตุระหว่างออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่

สถานการณ์
ช่างเทคนิคประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปซ่อมเครื่องที่หน้างานลูกค้า นายจ้างอ้างว่าเป็นการเดินทางส่วนตัว
สิ่งที่เราทำ
ใช้ใบสั่งงานในระบบ ข้อความสั่งงานจากหัวหน้า และบันทึกการเข้าออกสถานที่ของลูกค้าเป็นหลักฐานยืนยันภารกิจ
ผลที่ได้
ได้รับการรับรองว่าเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานและได้รับค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวน

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

เพิ่งเกิดเหตุและยังไม่ได้แจ้งใคร

แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรวันนี้ อย่ารอผลการรักษา

ได้รับคำวินิจฉัยปฏิเสธมาไม่เกินสองสัปดาห์

เริ่มเตรียมอุทธรณ์ทันที เพราะกำหนดเวลาสั้นมาก

บาดเจ็บถาวรและกองทุนจ่ายน้อยกว่าความเสียหายจริงมาก

ประเมินการเรียกค่าเสียหายจากนายจ้างควบคู่ไปด้วย

เป็นนายจ้างที่เพิ่งมีลูกจ้างประสบอันตราย

รวบรวมบันทึกอบรมและการตรวจเครื่องจักรก่อนให้ถ้อยคำใด ๆ

ส่งคำวินิจฉัยที่ได้รับพร้อมใบรับรองแพทย์มาให้เราอ่านก่อนหมดกำหนดอุทธรณ์ เราจะบอกได้ว่าเหตุผลที่ถูกปฏิเสธโต้แย้งได้ด้วยหลักฐานชิ้นใดและต้องหาเพิ่มอะไรบ้าง

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

การเดินทางปกติระหว่างบ้านกับที่ทำงานโดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นการประสบอันตรายจากการทำงาน แต่การเดินทางไปปฏิบัติงานตามคำสั่งนายจ้างถือว่าใช่

ปรึกษา ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เรียกสิทธิที่ถูกปฏิเสธให้กลับคืน

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที