Skip to main content

บริการกฎหมาย

คดีรักษาผิดพลาด ฟ้องแพทย์และโรงพยาบาล

คดีการแพทย์ไม่ได้ชนะด้วยความรู้สึกว่าผลการรักษาไม่ดี แต่ชนะด้วยเวชระเบียนและความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

การเรียกร้องจากการรักษาที่ผิดพลาดต้องพิสูจน์สามชั้น คือมาตรฐานวิชาชีพที่ควรเป็น การกระทำที่ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น และความเสียหายที่เชื่อมโยงกับการกระทำโดยตรง ช่องทางเรียกร้องมีหลายสาย ทั้งการร้องต่อสภาวิชาชีพ การใช้สิทธิเยียวยาตามระบบหลักประกันสุขภาพ การเจรจากับโรงพยาบาลและบริษัทประกัน และการฟ้องคดีแพ่งฐานละเมิด บางกรณีเข้าข่ายคดีผู้บริโภคซึ่งภาระการพิสูจน์เบากว่า สิ่งแรกที่ต้องทำเสมอคือขอสำเนาเวชระเบียนฉบับสมบูรณ์ก่อนที่ความทรงจำและเอกสารจะกระจัดกระจาย เรารับตั้งแต่รวบรวมหลักฐานจนถึงชั้นศาล ค่าบริการเริ่ม 40,000 บาท

เริ่ม ฿40,000 เริ่ม 40,000 — ค่าความเห็นผู้เชี่ยวชาญแยกต่างหากตามสาขา · รวบรวมหลักฐาน 1–3 เดือน คดีศาล 12–24 เดือน

คดีรักษาผิดพลาด ฟ้องแพทย์และโรงพยาบาล โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล คดีรักษาผิดพลาด ฟ้องแพทย์และโรงพยาบาล ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ผู้ป่วยหรือญาติที่ได้รับความเสียหายจากการรักษา
  • ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ต้องการทราบสาเหตุที่แท้จริง
  • ผู้เสียหายจากศัลยกรรมความงามหรือคลินิกเสริมความงาม
  • แพทย์หรือสถานพยาบาลที่ถูกร้องเรียนและต้องการทีมแก้ต่าง
  • ชาวต่างชาติที่เข้ารับการรักษาในไทยแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ขอและตรวจเวชระเบียนฉบับสมบูรณ์รวมบันทึกพยาบาลและผลตรวจ
  • จัดหาความเห็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอิสระในสาขาที่ตรงกัน
  • ประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งค่ารักษาต่อเนื่องและค่าขาดรายได้
  • ยื่นเรื่องต่อสภาวิชาชีพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเหมาะสม
  • เจรจากับโรงพยาบาลและบริษัทประกันความรับผิดทางวิชาชีพ
  • ฟ้องคดีแพ่งหรือคดีผู้บริโภคพร้อมนำสืบพยานผู้เชี่ยวชาญ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เวชระเบียนทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
  • ใบยินยอมรับการรักษาและเอกสารอธิบายความเสี่ยง
  • ฟิล์มหรือไฟล์ภาพวินิจฉัยและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • ใบเสร็จค่ารักษาและค่าใช้จ่ายที่เกิดตามมา
  • บันทึกอาการและภาพถ่ายความเสียหายตามลำดับเวลา

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 5 ขั้น

  1. 1

    ขอเวชระเบียนทันที

    ยื่นเป็นหนังสือและระบุขอบเขตให้ครบ รวมบันทึกพยาบาลและใบสั่งยา

  2. 2

    ให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านก่อนตัดสินใจฟ้อง

    ถ้าไม่มีความเห็นรองรับ การฟ้องมักจบที่การเสียเวลาและค่าใช้จ่าย

  3. 3

    เลือกช่องทางเรียกร้องที่เหมาะสม

    บางกรณีการเยียวยาตามระบบเร็วกว่าและไม่ตัดสิทธิเรียกร้องอื่น

  4. 4

    เจรจาโดยมีตัวเลขและเอกสารรองรับ

    ข้อเสนอที่มีฐานคำนวณชัดเจนได้ผลกว่าการเรียกตัวเลขกลม

  5. 5

    ฟ้องและนำสืบ

    วางลำดับพยานผู้เชี่ยวชาญให้ศาลเห็นภาพมาตรฐานวิชาชีพก่อนเสมอ

บทวิเคราะห์เชิงลึก

คดีรักษาผิดพลาด ฟ้องแพทย์และโรงพยาบาล ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

ครอบครัวที่มาปรึกษาเรื่องการรักษาที่ผิดพลาดมักเริ่มต้นด้วยคำถามเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คำถามนี้สำคัญกว่าคำถามเรื่องจะได้เงินเท่าไร เพราะคำตอบที่แท้จริงอยู่ในเวชระเบียนซึ่งเป็นเอกสารทางเทคนิคที่คนทั่วไปอ่านไม่ออก และเป็นเอกสารที่ต้องขอให้เร็วที่สุดก่อนที่รายละเอียดสำคัญจะกระจัดกระจายไปตามระบบของสถานพยาบาล

1. สามชั้นที่ต้องพิสูจน์ และชั้นที่คนมองข้าม

ชั้นแรกคือมาตรฐานวิชาชีพที่ควรเป็นในสถานการณ์นั้น ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานที่ดีที่สุดในโลก แต่คือสิ่งที่แพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญในระดับเดียวกันพึงกระทำภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่จริง ชั้นที่สองคือการกระทำที่ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น และชั้นที่สามคือความเสียหายที่เชื่อมโยงกับการกระทำโดยตรง

ชั้นที่คนมองข้ามคือชั้นที่สาม เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีโรคประจำตัวหรือภาวะที่นำไปสู่ผลลัพธ์ไม่ดีอยู่แล้ว ฝ่ายสถานพยาบาลจึงมักโต้แย้งว่าความเสียหายเกิดจากพยาธิสภาพเดิม ไม่ใช่จากการรักษา การพิสูจน์ความเชื่อมโยงจึงต้องอาศัยความเห็นผู้เชี่ยวชาญที่อ่านเวชระเบียนทั้งฉบับ ไม่ใช่ความเห็นจากการฟังเล่า

เราจึงบอกลูกความตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้นว่า ถ้าความเห็นผู้เชี่ยวชาญไม่สนับสนุน การเดินหน้าฟ้องมักไม่คุ้มทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และในหลายกรณีสิ่งที่ครอบครัวต้องการจริง ๆ คือคำอธิบายและการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบมากกว่าเงิน

2. เวชระเบียน ขออย่างไรให้ได้ครบ

คำขอที่เขียนกว้างเกินไปมักได้เอกสารสรุปกลับมาเพียงไม่กี่แผ่น คำขอที่ดีต้องระบุรายการให้ชัด ทั้งบันทึกการรักษาของแพทย์ บันทึกทางการพยาบาล ใบสั่งยาและบันทึกการบริหารยา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไฟล์ภาพวินิจฉัยพร้อมรายงานการอ่านผล บันทึกการผ่าตัด บันทึกวิสัญญี และเอกสารการยินยอมทุกฉบับ

บันทึกทางการพยาบาลเป็นส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดและถูกขอน้อยที่สุด เพราะเป็นบันทึกที่ระบุเวลาเป็นช่วงสั้น และมักเผยให้เห็นว่าอาการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อไร มีการรายงานแพทย์เวลาใด และมีการตอบสนองเมื่อใด ช่องว่างของเวลาในบันทึกส่วนนี้คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญมองหาเป็นอันดับแรก

3. ช่องทางเรียกร้องที่มีอยู่จริงและควรเลือกอย่างไร

ช่องทางแรกคือการร้องเรียนต่อสภาวิชาชีพ ซึ่งพิจารณาเรื่องจริยธรรมและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ผลที่ได้คือมาตรการทางวิชาชีพ ไม่ใช่ค่าสินไหม ช่องทางที่สองคือการใช้สิทธิเยียวยาตามระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่งเร็วกว่าและไม่ต้องพิสูจน์ความผิดในระดับเดียวกับศาล

ช่องทางที่สามคือการเจรจากับสถานพยาบาลและบริษัทประกันความรับผิดทางวิชาชีพโดยตรง ซึ่งมักได้ผลเมื่อมีความเห็นผู้เชี่ยวชาญและตัวเลขความเสียหายที่คำนวณมาอย่างละเอียดวางบนโต๊ะ ช่องทางสุดท้ายคือการฟ้องคดี ซึ่งบางกรณีเข้าลักษณะคดีผู้บริโภคทำให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์เรื่องภาระการพิสูจน์และค่าธรรมเนียม

ช่องทางเหล่านี้ไม่ได้ตัดกันทั้งหมด แต่ลำดับการใช้มีผลอย่างมาก การเจรจาก่อนที่จะมีความเห็นผู้เชี่ยวชาญมักได้ข้อเสนอต่ำ และการฟ้องก่อนที่จะได้เวชระเบียนครบมักทำให้เสียเปรียบตั้งแต่คำฟ้องแรก

4. การคำนวณค่าเสียหายที่ศาลรับฟัง

ค่าเสียหายที่เรียกได้แบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายไปแล้ว ค่ารักษาต่อเนื่องในอนาคตซึ่งต้องมีใบประเมินจากแพทย์ ค่าขาดรายได้ในช่วงพักรักษา ค่าความสามารถในการทำงานที่ลดลงอย่างถาวร ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ดูแล และค่าเสียหายต่อจิตใจในขอบเขตที่กฎหมายรับรอง

กรณีผู้ป่วยเสียชีวิต ผู้มีสิทธิเรียกร้องคือทายาทตามกฎหมาย และรายการที่เรียกได้จะรวมค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะของผู้ที่อยู่ในความอุปการะ ซึ่งการคำนวณต้องอิงกับรายได้จริงและระยะเวลาที่พึงอุปการะได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นเอง

5. มุมของแพทย์และสถานพยาบาลที่ถูกร้องเรียน

เรารับงานฝั่งผู้ให้บริการทางการแพทย์ด้วย และสิ่งที่เห็นซ้ำคือความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสารหลังเหตุการณ์ ไม่ใช่จากการรักษาเอง การหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับครอบครัวทำให้ความสงสัยกลายเป็นความไม่ไว้ใจ และเปลี่ยนเรื่องที่จบได้ด้วยคำอธิบายให้กลายเป็นคดี

สิ่งที่เราแนะนำสถานพยาบาลคือการมีกระบวนการทบทวนเหตุการณ์ที่ชัดเจน การบันทึกที่ครบถ้วนตามเวลาจริง และแนวปฏิบัติในการขอความยินยอมที่อธิบายความเสี่ยงเฉพาะของหัตถการนั้นจริง ไม่ใช่แบบฟอร์มมาตรฐานที่ใช้กับทุกเคส

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ขอและตรวจวิเคราะห์เวชระเบียนเบื้องต้นค่าสำเนาเวชระเบียนตามอัตราของสถานพยาบาล15,000–25,000 บาทรวมการทำไทม์ไลน์เหตุการณ์จากบันทึกทั้งหมด
ความเห็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอิสระไม่ใช่ค่าธรรมเนียมราชการ ขึ้นกับสาขาและความซับซ้อน25,000–80,000 บาทต่อความเห็นบางสาขาที่มีผู้เชี่ยวชาญน้อยมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
เจรจากับสถานพยาบาลและบริษัทประกันไม่มีค่าธรรมเนียมในขั้นเจรจา30,000–50,000 บาทมักได้ผลดีที่สุดหลังมีความเห็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ฟ้องคดีและนำสืบในศาลค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ คดีผู้บริโภคได้รับยกเว้น80,000 บาทขึ้นไปรวมการนำพยานผู้เชี่ยวชาญเข้าเบิกความ

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

ได้ข้อยุติจากการเจรจาหลังพบช่องว่างในบันทึกทางการพยาบาล

สถานการณ์
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมีอาการเปลี่ยนแปลงในช่วงกลางคืนและได้รับการดูแลล่าช้า
สิ่งที่เราทำ
เราจัดทำไทม์ไลน์จากบันทึกทางการพยาบาลและให้ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเรื่องช่วงเวลาที่ควรรายงานแพทย์
ผลที่ได้
สถานพยาบาลตกลงเยียวยาและปรับกระบวนการเฝ้าระวังผู้ป่วยกลางคืน

แนะนำไม่ให้ฟ้องหลังความเห็นผู้เชี่ยวชาญไม่สนับสนุน

สถานการณ์
ครอบครัวเชื่อว่าการรักษาผิดพลาดเพราะผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด
สิ่งที่เราทำ
เราให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาตรงกันอ่านเวชระเบียนทั้งฉบับและอธิบายภาวะแทรกซ้อนที่เกิดได้แม้ทำถูกต้อง
ผลที่ได้
ครอบครัวได้คำอธิบายที่ต้องการและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในคดีที่โอกาสชนะต่ำ

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

ควรขอเวชระเบียนทันทีที่สงสัย

ยิ่งขอเร็ว ยิ่งได้บันทึกที่ครบและตรวจสอบลำดับเวลาได้ชัดเจน

ควรใช้ช่องทางเยียวยาตามระบบเมื่อต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

เร็วกว่าการฟ้องมาก และในหลายกรณีไม่ตัดสิทธิเรียกร้องส่วนที่เหลือ

ไม่ควรฟ้องก่อนมีความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

คดีการแพทย์ที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญรองรับมักจบด้วยการเสียเวลาและค่าใช้จ่าย

สถานพยาบาลควรเปิดการสื่อสารตั้งแต่วันแรก

การอธิบายอย่างตรงไปตรงมาลดจำนวนคดีได้มากกว่ามาตรการทางกฎหมายใด

ส่งชื่อสถานพยาบาล ช่วงวันที่เข้ารับการรักษา และสรุปสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นมาให้เรา เราจะบอกว่าควรขอเวชระเบียนรายการใดบ้าง ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญสาขาไหน และช่องทางเรียกร้องใดเหมาะกับกรณีของคุณที่สุด

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ ต้องพิสูจน์ว่าการกระทำต่ำกว่ามาตรฐานวิชาชีพที่ควรเป็น

ปรึกษา คดีรักษาผิดพลาด ฟ้องแพทย์และโรงพยาบาล

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที