Skip to main content

บริการกฎหมาย

คดีจราจร เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท

คดีจราจรตัดสินเร็วมาก และสิ่งที่คุณพูดในคืนแรกมักกลายเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

คดีเมาแล้วขับและคดีขับรถโดยประมาทเป็นคดีอาญาที่มีทั้งโทษจำคุก โทษปรับ การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ และเงื่อนไขคุมประพฤติ ในทางปฏิบัติผลคดีขึ้นกับสามเรื่อง คือความถูกต้องของขั้นตอนตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ความหนักเบาของความเสียหายที่เกิดกับผู้อื่น และท่าทีการเยียวยาผู้เสียหายก่อนวันนัด หากมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะมีคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมตามมาอีกสายหนึ่ง เรารับดูแลทั้งชั้นตำรวจ ชั้นศาล การเจรจากับประกันภัย และการขอคืนสิทธิใบขับขี่ ค่าบริการเริ่ม 25,000 บาท

เริ่ม ฿25,000 เริ่ม 25,000 — คดีที่มีผู้เสียชีวิตหรือมีคู่กรณีหลายรายคิดเพิ่ม · คดีรับสารภาพ 1–2 นัด คดีสู้ 6–12 เดือน

คดีจราจร เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล คดีจราจร เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ผู้ถูกจับกุมข้อหาเมาแล้วขับและมีนัดศาลในไม่กี่วัน
  • ผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • ชาวต่างชาติที่ถูกดำเนินคดีจราจรและกังวลผลต่อวีซ่า
  • เจ้าของรถหรือบริษัทที่พนักงานขับรถไปก่อเหตุ
  • ผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ตรวจความชอบด้วยกฎหมายของการตั้งด่านและวิธีตรวจวัด
  • ประเมินโทษที่น่าจะเป็นและเงื่อนไขที่ศาลมักกำหนด
  • เจรจาเยียวยาผู้เสียหายและทำบันทึกข้อตกลงที่ใช้ในศาลได้
  • ว่าความและแถลงเหตุบรรเทาโทษพร้อมพยานประกอบ
  • ประสานเคลมประกันภาคบังคับและภาคสมัครใจให้เดินคู่กัน
  • ดำเนินการขอคืนสิทธิใบอนุญาตขับขี่เมื่อครบเงื่อนไข

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บันทึกการจับกุมและผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์
  • ใบอนุญาตขับขี่ ทะเบียนรถ และกรมธรรม์ประกันภัย
  • ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ คลิปกล้องหน้ารถหรือกล้องวงจรปิด
  • ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาของผู้เสียหาย
  • หลักฐานการเยียวยาที่จ่ายไปแล้ว หากมี

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 5 ขั้น

  1. 1

    ตรวจสำนวนชั้นตำรวจ

    ดูวิธีตรวจวัด เครื่องมือที่ใช้ และการแจ้งสิทธิ ว่าครบถ้วนหรือไม่

  2. 2

    ประเมินความเสียหายฝั่งผู้เสียหาย

    แยกค่ารักษา ค่าขาดรายได้ ค่าซ่อม และค่าสินไหมอื่นออกจากกัน

  3. 3

    เจรจาก่อนวันนัด

    ปิดข้อพิพาททางแพ่งให้ได้ก่อน จะมีผลอย่างมากต่อดุลพินิจโทษ

  4. 4

    แถลงต่อศาลพร้อมเหตุบรรเทา

    ยื่นบันทึกยอมความ ประวัติการทำงาน และแผนแก้ไขพฤติกรรม

  5. 5

    ดำเนินการหลังคำพิพากษา

    ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติและยื่นขอคืนสิทธิใบขับขี่

บทวิเคราะห์เชิงลึก

คดีจราจร เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

คดีจราจรเป็นคดีอาญาประเภทที่คนทั่วไปเจอมากที่สุด และเป็นประเภทที่คนเตรียมตัวน้อยที่สุดเช่นกัน หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องจ่ายค่าปรับแล้วจบ ทั้งที่ในความเป็นจริงคดีเมาแล้วขับหรือขับรถโดยประมาทที่มีผู้บาดเจ็บนำไปสู่ประวัติอาชญากรรม การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เงื่อนไขคุมประพฤติ และคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมที่ตามมาอีกหลายเดือน

1. สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนแรก และสิ่งที่ควรทำ

หลังเกิดเหตุหรือหลังถูกเรียกตรวจ ลำดับเหตุการณ์มักเป็นการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ การทำบันทึกจับกุม การแจ้งข้อกล่าวหา และการสอบปากคำ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงและมักในสภาพที่ผู้ขับยังตกใจหรืออ่อนเพลีย คำพูดที่ให้ไว้ในช่วงนี้ถูกบันทึกและใช้อ้างอิงตลอดคดี

สิ่งที่ควรทำมีสามอย่าง หนึ่งคือขอให้มีทนายอยู่ด้วยก่อนให้การในสาระสำคัญ สองคือถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ตำแหน่งรถ ร่องรอย และสภาพถนนก่อนที่ทุกอย่างจะถูกเคลื่อนย้าย สามคือเก็บชื่อและเบอร์ของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พยานที่ตามหาภายหลังมักติดต่อไม่ได้อีกเลย

ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ การเข้าดูแลผู้เสียหายทันทีทั้งในทางปฏิบัติและทางการเงินมีน้ำหนักต่อคดีมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ใช่เพราะเป็นการยอมรับผิด แต่เพราะศาลพิจารณาพฤติกรรมหลังเกิดเหตุประกอบการใช้ดุลพินิจเสมอ

2. ประเด็นทางเทคนิคของการตรวจวัดแอลกอฮอล์

การตรวจวัดที่ใช้เป็นพยานหลักฐานต้องดำเนินการตามวิธีที่กำหนด ทั้งเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ ระยะเวลารอคอยก่อนเป่า จำนวนครั้งที่วัด และการบันทึกผล ข้อบกพร่องในขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คดียกฟ้องเสมอไป แต่ทำให้น้ำหนักของผลตรวจลดลงและเปิดพื้นที่ในการต่อรอง

ในกรณีที่ผู้ขับบาดเจ็บจนเป่าไม่ได้ จะใช้การตรวจเลือดแทน ซึ่งมีประเด็นเรื่องความยินยอม การเก็บตัวอย่าง และห่วงโซ่การครอบครองตัวอย่าง เราตรวจเอกสารส่วนนี้เสมอเพราะเป็นจุดที่สำนวนมักไม่สมบูรณ์

3. ผลกระทบที่ไม่ได้อยู่ในคำพิพากษา

ผลที่กระทบชีวิตจริงมักไม่ใช่โทษปรับ แต่คือการที่กรมธรรม์ประกันภัยส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองความเสียหายเมื่อผู้ขับมีระดับแอลกอฮอล์เกินเกณฑ์ ทำให้ผู้ขับต้องรับผิดชอบค่ารักษาและค่าซ่อมด้วยตนเองทั้งหมด ในอุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ตัวเลขนี้สูงกว่าโทษปรับหลายสิบเท่า

สำหรับพนักงานบริษัท ประวัติคดีอาญาอาจกระทบการต่อสัญญาจ้างหรือการสมัครงานที่ต้องตรวจประวัติ สำหรับชาวต่างชาติ อาจกระทบการต่ออายุการอยู่ต่อหรือการขอวีซ่าบางประเภท เราจึงวางแผนคดีโดยดูผลลัพธ์ปลายทางเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ผลในห้องพิจารณา

4. การเจรจากับผู้เสียหายและบริษัทประกัน

การเจรจาที่ได้ผลเริ่มจากตัวเลขที่แยกหมวดชัดเจน ค่ารักษาที่จ่ายไปแล้ว ค่ารักษาต่อเนื่องที่มีใบประเมิน ค่าขาดรายได้ตามหลักฐานเงินเดือน ค่าซ่อมตามใบเสนอราคา และค่าเสียหายอื่นที่ระบุเหตุผลได้ ตัวเลขที่แยกหมวดทำให้การต่อรองอยู่บนข้อเท็จจริงแทนความรู้สึก

บันทึกข้อตกลงต้องเขียนให้ครอบคลุมว่าครอบคลุมความเสียหายส่วนใดและไม่ครอบคลุมส่วนใด เพราะข้อพิพาทรอบสองมักเกิดจากอาการที่ปรากฏภายหลัง การเขียนข้อตกลงหลวมทำให้เรื่องที่คิดว่าจบกลับมาใหม่ในอีกหลายเดือนถัดมา

5. การขอคืนสิทธิใบอนุญาตขับขี่

การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ไม่ได้สิ้นสุดโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด ผู้ขับต้องดำเนินการยื่นขอคืนสิทธิและในบางกรณีต้องผ่านการอบรมหรือทดสอบใหม่ ผู้ที่ขับรถระหว่างถูกพักใช้จะมีความผิดเพิ่มอีกฐานหนึ่งซึ่งทำให้คดีเดิมหนักขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องขับรถเพื่อประกอบอาชีพ เราจะยกประเด็นนี้ต่อศาลตั้งแต่ต้นพร้อมหลักฐานการทำงาน เพราะเงื่อนไขที่ศาลกำหนดสามารถออกแบบให้ยังทำงานได้ในบางรูปแบบ หากยกขึ้นในเวลาที่ถูกต้อง

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ว่าความคดีเมาแล้วขับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บค่าปรับตามคำพิพากษา25,000–35,000 บาทรวมการเข้าฟังคำสั่งและยื่นเหตุบรรเทาโทษ
คดีขับรถประมาทที่มีผู้บาดเจ็บค่าปรับและค่าธรรมเนียมศาลตามประเภทคำร้อง45,000–80,000 บาทรวมการเจรจากับผู้เสียหายและการประสานประกันภัย
คดีที่มีผู้เสียชีวิตค่าธรรมเนียมตามอัตราศาลในส่วนแพ่งที่เกี่ยวข้อง80,000 บาทขึ้นไปต้องเตรียมพยานผู้เชี่ยวชาญด้านการชนและการเยียวยาครอบครัว
ยื่นขอคืนสิทธิใบอนุญาตขับขี่ค่าธรรมเนียมตามอัตราของกรมการขนส่งทางบก8,000–15,000 บาทบางกรณีต้องอบรมหรือทดสอบใหม่ก่อนยื่น

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

รอการลงโทษหลังปิดข้อพิพาททางแพ่งก่อนวันนัด

สถานการณ์
ผู้ขับชนท้ายรถจักรยานยนต์ ผู้เสียหายบาดเจ็บกระดูกหัก และมีผลตรวจแอลกอฮอล์เกินเกณฑ์
สิ่งที่เราทำ
เราเจรจาจ่ายค่ารักษาและค่าขาดรายได้ตามเอกสารจริง ทำบันทึกข้อตกลง แล้วยื่นต่อศาลพร้อมประวัติการทำงาน
ผลที่ได้
ศาลรอการลงโทษจำคุกและกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ ผู้ขับยังคงทำงานได้ตามปกติ

ลดค่าเสียหายลงมากหลังนำภาพกล้องหน้ารถเข้าสำนวน

สถานการณ์
คู่กรณีอ้างว่าลูกความขับตัดหน้า และเรียกค่าเสียหายสูงกว่าความเป็นจริงหลายเท่า
สิ่งที่เราทำ
เรานำภาพกล้องหน้ารถและผลตรวจสภาพถนนเข้าสำนวน พร้อมประเมินค่าซ่อมจากอู่อิสระ
ผลที่ได้
ตกลงกันได้ที่ตัวเลขใกล้เคียงความเสียหายจริง และไม่ต้องสืบพยานเต็มรูปแบบ

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

ควรมีทนายตั้งแต่ก่อนให้การครั้งแรก

ถ้อยคำในบันทึกชั้นแรกแก้ไขภายหลังได้ยากมาก

ควรเจรจาเยียวยาให้จบก่อนวันนัดสำคัญ

การเยียวยาที่เสร็จก่อนมีน้ำหนักมากกว่าคำสัญญาว่าจะจ่ายภายหลัง

ไม่ควรยอมรับตัวเลขค่าเสียหายทันทีที่ถูกเรียก

ควรขอเอกสารประกอบทุกหมวดก่อน มิฉะนั้นมักจ่ายเกินความเป็นจริง

ควรตรวจกรมธรรม์ก่อนคาดหวังให้ประกันรับผิดชอบ

ข้อยกเว้นเรื่องแอลกอฮอล์ทำให้ความคุ้มครองหายไปทั้งฉบับในหลายกรณี

บอกเราสามอย่าง คือมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ ผลตรวจเป็นเท่าไร และมีนัดศาลวันไหน เราจะประเมินให้ว่าแนวทางไหนคุ้มกว่าระหว่างรับสารภาพพร้อมเยียวยา กับการสู้ประเด็นขั้นตอนการตรวจวัด

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เสมอไป ศาลมักรอการลงโทษหากไม่มีผู้บาดเจ็บและมีการเยียวยาแล้ว

ปรึกษา คดีจราจร เมาแล้วขับ และขับรถโดยประมาท

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที