Skip to main content
กลับสู่บทความทั้งหมด

อสังหาริมทรัพย์ / Property

ค่าส่วนกลางค้างชำระ: เงินเพิ่ม ใบปลอดหนี้ และการทวงถาม

2026-10-01 8 minThai Law & Accounting Team
ค่าส่วนกลางค้างชำระ: เงินเพิ่ม ใบปลอดหนี้ และการทวงถาม

นิติบุคคลอาคารชุดควรตรวจฐานหนี้และข้อบังคับก่อนเรียกเงินเพิ่ม ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดียวกับทุกห้อง มาตรา 18/1 กำหนดเพดานเงินเพิ่มไม่เกิน 12% ต่อปี และกรณีค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปไม่เกิน 20% ต่อปี ส่วนใบปลอดหนี้สำหรับโอนกรรมสิทธิ์อยู่ภายใต้มาตรา 29 บทความนี้แยกสิทธิตามกฎหมายออกจากวิธีจัดเอกสารที่แนะนำให้ใช้ โดยไม่อ้างคำพิพากษาที่ตรวจสอบไม่ได้

1) พิสูจน์ว่าหนี้แต่ละรายการมาจากอะไร

มาตรา 18 แยกภาษีอากรและค่าใช้จ่ายบริการส่วนรวมกับการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง จึงต้องตรวจสัดส่วนกรรมสิทธิ์หรือส่วนแห่งประโยชน์ตามข้อบังคับ ไม่ควรรวมค่าปรับที่จอดรถหรือค่าเสียหายอื่นไว้ในบัญชีค่าส่วนกลางโดยไม่แยกฐานเรียกเก็บ

จัดทำบัญชีรายห้องโดยระบุงวด วันครบกำหนด อัตราที่ใช้ เงินรับจริง และการตัดชำระ แนบข้อบังคับและมติที่รองรับยอดเรียกเก็บ หากเจ้าของโต้แย้งว่าโอนเงินแล้ว ให้เทียบหลักฐานธนาคารกับใบเสร็จก่อนออกหนังสือทวงถาม ผู้พัฒนาโครงการยังมีหน้าที่ออกค่าใช้จ่ายสำหรับห้องที่ยังไม่ได้โอนตามมาตรา 18 ด้วย

2) คำนวณเงินเพิ่มโดยใช้เพดานและช่วงเวลาที่ถูกต้อง

ยอดค้างที่ไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดมีเงินเพิ่มไม่เกิน 12% ต่อปีโดยไม่คิดทบต้น ตามที่ข้อบังคับกำหนด เมื่อค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป กฎหมายกำหนดเพดานไม่เกิน 20% ต่อปี ไม่ใช่ให้ทุกโครงการเรียกอัตราสูงสุดได้ทันที

แสดงต้นเงินกับเงินเพิ่มแยกกัน รวมทั้งวันเริ่มนับ อัตรา และข้อบังคับที่อ้าง หากข้อบังคับหรือการนับช่วงเวลายังไม่ชัด ให้ตรวจข้อกฎหมายก่อนสรุปยอด ไม่ควรใช้สูตรทบต้นหรือติดป้ายเงินเพิ่มเป็นค่าปรับชนิดอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงเพดาน

3) หนังสือทวงถามและอำนาจผู้ดำเนินการ

หนังสือควรระบุเลขห้อง งวดค้าง ตารางคำนวณ ช่องทางตรวจสอบยอด และวิธีชำระ เก็บหลักฐานการส่งไว้ พร้อมรับข้อโต้แย้งและตรวจข้อผิดพลาดทางบัญชี การกำหนดช่วงเวลาให้ชำระเป็นขั้นตอนจัดการที่ควรพิจารณาตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่กฎทั่วไปว่าต้องส่งสองฉบับห่างกัน 30 วัน

ก่อนมอบหมายทนาย ให้ตรวจหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล ข้อมูลผู้จัดการ ข้อบังคับ มติที่เกี่ยวข้อง และขอบเขตหนังสือมอบอำนาจ การมีรายงานประชุมที่ชัดเจนช่วยตรวจสอบการดำเนินงาน แต่ไม่ควรประกาศว่าทุกคดีต้องมีมติอนุมัติรายห้องหากยังไม่ได้ตรวจฐานอำนาจ

4) การระงับบริการไม่ใช่อำนาจปิดทางเข้าที่พัก

มาตรา 18/1 ระบุกรณีค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปว่าอาจถูกระงับการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตามข้อบังคับ และไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญ่ จึงไม่ควรใช้เกณฑ์ค้าง 60 วันแทนเงื่อนไขกฎหมาย

การเลือกบริการที่จะระงับต้องตรวจข้อบังคับ สิทธิของเจ้าของ และผลกระทบต่อความปลอดภัยแยกกัน อย่าตีความว่ามีอำนาจตัดน้ำ ตัดไฟ หรือล็อกทางเข้าห้องได้ทุกกรณี หากจะใช้มาตรการที่กระทบการอยู่อาศัย ควรให้ทนายประเมินก่อนและเก็บเหตุผลประกอบ

5) ใบปลอดหนี้และการขายห้องชุด

มาตรา 29 กำหนดให้การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มีหนังสือรับรองปลอดหนี้จากค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 คราวที่สุด ผู้จัดการต้องออกหนังสือภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำร้องขอและเจ้าของชำระหนี้ดังกล่าวครบแล้ว เงื่อนไขนี้เป็นกำหนดตามกฎหมาย ไม่ใช่คำรับประกันเวลาบริการของบริษัท

เมื่อมีข้อพิพาทเรื่องยอด ให้แสดงรายละเอียดที่ยังค้างและฐานกฎหมาย ไม่ควรใช้หนังสือปลอดหนี้เป็นเครื่องมือเรียกเก็บทุกรายการที่ไม่เกี่ยวกับมาตรา 18 ผู้ขายควรตรวจยอดล่วงหน้าและส่งหลักฐานชำระให้ตรงห้อง เพื่อไม่ให้วันโอนเกิดปัญหาเอกสาร

6) ก่อนฟ้อง: ตรวจอายุความ หลักฐาน และโอกาสบังคับคดี

ทนายต้องประเมินลักษณะหนี้ วันครบกำหนด อายุความ เขตอำนาจศาล และสถานะเจ้าของจากเอกสารจริง หากมีเจ้าของต่างประเทศ การส่งหมายต้องใช้ช่องทางที่กฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศอนุญาต ไม่ใช่อนุมานว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาแล้วใช้ได้โดยอัตโนมัติ

คำพิพากษาไม่ทำให้ขายทอดตลาดห้องได้ทันที การบังคับคดีต้องเป็นไปตามขั้นตอน รวมทั้งตรวจภาระจำนองและสิทธิบุคคลอื่น จึงไม่มีระยะเวลาคดีหรือราคาขายขั้นต่ำแบบเดียวสำหรับทุกห้อง ตัวบทที่ใช้อ้างอิง: พ.ร.บ.อาคารชุด มาตรา 18, 18/1 และ 29 ฉบับเผยแพร่โดยกรมที่ดิน https://www.dol.go.th/media/716929789247754240/migration/2025/10/HqhL9WPR3TfdDtXr1JvEzxnu.pdf

สรุป

ก่อนเลือกว่าจะเจรจาหรือฟ้อง ให้เตรียมบัญชีรายห้อง ข้อบังคับ มติ หลักฐานส่งหนังสือ และหลักฐานรับชำระครบชุด หากต้องการให้ตรวจอำนาจเรียกเก็บหรือวางขั้นตอนติดตามหนี้ สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา โดยแยกค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายภายนอกจากงานบริษัท

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูลกฎหมายและภาษีเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานหรือปรึกษาทีมเราก่อนตัดสินใจ

ติดต่อขอคำปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย

เงินเพิ่มค่าส่วนกลางต้องคิด 12% เสมอหรือไม่?+

ไม่ใช่ ตัวเลขเป็นเพดานตามมาตรา 18/1 ต้องตรวจข้อบังคับ และกรณีค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปมีเพดานไม่เกิน 20% ต่อปี ห้ามถือว่าเพดานคืออัตราที่ทุกโครงการใช้

ต้องส่งหนังสือทวงถามสองฉบับก่อนฟ้องทุกครั้งไหม?+

บทความนี้ไม่ยืนยันกฎสองฉบับหรือระยะห่างตายตัว ให้ทนายตรวจเงื่อนไขหนี้ ข้อบังคับ และขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับคดีนั้น พร้อมเก็บหลักฐานส่ง

ชำระครบแล้วต้องรอใบปลอดหนี้นานเท่าไร?+

มาตรา 29 กำหนดผู้จัดการออกภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำร้องขอและชำระหนี้ตามมาตรา 18 ครบถ้วนแล้ว ควรเก็บวันรับคำขอและใบเสร็จไว้

ค้างค่าส่วนกลางแล้วนิติตัดทางเข้าห้องได้หรือไม่?+

อย่าถือว่าอำนาจระงับบริการส่วนรวมครอบคลุมการปิดทางเข้าที่พัก ต้องตรวจเงื่อนไขหกเดือน ข้อบังคับ และสิทธิที่ได้รับผลกระทบก่อนใช้มาตรการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
อสังหาริมทรัพย์ / Contractsหมวดเดียวกัน

Escrow ซื้อคอนโด/บ้านในไทย: พ.ร.บ. เอสโครว์ 2551 และสัญญา 3 ฝ่ายที่ผู้ซื้อควรตกลงก่อนวางเงินจอง

escrow ไม่ได้เป็นเรื่องอัตโนมัติสำหรับทุกโครงการ — ผู้ซื้อต้องสอบถามและให้ได้ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ดูว่า พ.ร.บ. ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา 2551 ครอบคลุมอะไร ต้องมีกี่ฝ่าย และควรตกลงเรื่องเงื่อนไขการปล่อยเงินก่อนวางเงินจอง

7 minอ่านต่อ →
อสังหา / Condo Quotaหมวดเดียวกัน

โควตา 49% ห้องชุดสำหรับต่างชาติ: ทำไมมือสองบางห้องโอนไม่ได้แม้จ่ายเงินครบ

หลายดีลคอนโดมือสองล้มที่กรมที่ดินเพราะโควตาต่างชาติเต็ม แม้ผู้ขายเป็นต่างชาติเดิม บทความนี้แจกแจงกฎ Section 19 Bis และวิธีขอหนังสือรับรองก่อนวางมัดจำ

10 minอ่านต่อ →
อสังหาฯ / คอนโดต่างชาติหมวดเดียวกัน

ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทย: โควตา 49% และหลักฐานนำเงินเข้า

อธิบายเงื่อนไขโควตาห้องชุดของต่างชาติ หนังสือรับรองการนำเงินตราเข้า (FET) และจุดที่ดินตรวจตอนโอน เพื่อเตรียมเอกสารให้ครบก่อนวันโอน

7 minอ่านต่อ →
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที