Skip to main content

บริการกฎหมาย

สัญญาศิลปิน ครีเอเตอร์ และลิขสิทธิ์ผลงาน ให้รายได้กลับมาอยู่กับคนที่สร้าง

ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มตอนทะเลาะกัน แต่เริ่มตอนเซ็นสัญญาที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีเพดานหักค่าใช้จ่าย

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

สัญญาในวงการบันเทิงและวงการครีเอเตอร์มีสามจุดที่ตัดสินว่าใครได้เงิน คือใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่ผลิต ค่าใช้จ่ายใดหักจากรายได้ศิลปินได้บ้าง และสัญญาผูกไว้นานเท่าใดกับข้อห้ามไปทำงานที่อื่น เราตรวจสามจุดนี้ก่อนเซ็น เจรจาแก้เมื่อยังแก้ได้ และดำเนินคดีเมื่อมีการนำผลงานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือค้างจ่ายส่วนแบ่ง เริ่ม 20,000 บาท

เริ่ม ฿20,000 เริ่ม 20,000 บาทสำหรับตรวจและเจรจาสัญญาหนึ่งฉบับ คดีละเมิดลิขสิทธิ์คิดตามทุนทรัพย์และชั้นศาล · ตรวจสัญญา 3–7 วัน เจรจา 2–6 สัปดาห์ คดีศาล 8–18 เดือน

สัญญาศิลปิน ครีเอเตอร์ และลิขสิทธิ์ผลงาน ให้รายได้กลับมาอยู่กับคนที่สร้าง โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล สัญญาศิลปิน ครีเอเตอร์ และลิขสิทธิ์ผลงาน ให้รายได้กลับมาอยู่กับคนที่สร้าง ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • นักร้อง นักแสดง และนักดนตรีที่กำลังจะเซ็นกับค่ายหรือผู้จัดการส่วนตัว
  • ครีเอเตอร์และสตรีมเมอร์ที่รับงานโฆษณาจากแบรนด์และเอเจนซี
  • ผู้ผลิตรายการ ค่ายเพลง และเอเจนซีที่ต้องการชุดสัญญาที่บังคับได้จริง
  • เจ้าของผลงานที่ถูกนำคลิป เพลง หรือภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้อนุญาต
  • ศิลปินที่ต้องการออกจากสัญญาผูกขาดที่ยังไม่สิ้นสุด

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ตรวจและทำสรุปความเสี่ยงสัญญาเป็นภาษาที่อ่านเข้าใจได้ก่อนลงนาม
  • ร่างสัญญาจ้างผลิตเนื้อหา สัญญาผู้จัดการ และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ
  • ข้อกำหนดการแบ่งรายได้ที่มีสิทธิตรวจสอบบัญชีและกำหนดรอบจ่ายชัดเจน
  • หนังสือเตือนและคำร้องให้ระงับการใช้ผลงานที่ละเมิด
  • คดีแพ่งและคดีอาญาเรื่องลิขสิทธิ์ รวมถึงการเรียกส่วนแบ่งที่ค้างชำระ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สัญญาทุกฉบับที่เคยลงนาม รวมทั้งฉบับแก้ไขและข้อความยืนยันทางแชต
  • หลักฐานการสร้างสรรค์ผลงาน เช่น ไฟล์ต้นฉบับพร้อมวันที่
  • รายงานรายได้จากแพลตฟอร์มและหลักฐานการโอนเงินที่ได้รับจริง
  • ภาพบันทึกการนำผลงานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมที่อยู่เว็บและวันที่

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 5 ขั้น

  1. 1

    แยกให้ชัดว่าขายขาดหรือให้ใช้สิทธิ

    คำว่าโอนสิทธิกับอนุญาตให้ใช้สิทธิต่างกันทั้งชีวิต ฉบับแรกทำให้ผู้สร้างไม่มีสิทธิในงานของตัวเองอีกเลย

  2. 2

    ใส่เพดานค่าใช้จ่ายที่หักได้

    สัญญาที่ให้หักค่าใช้จ่ายได้ไม่จำกัดทำให้ศิลปินที่งานดังยังไม่เคยได้รับเงินสักบาท

  3. 3

    กำหนดขอบเขตการห้ามทำงานที่อื่นให้แคบและมีเวลา

    ข้อห้ามที่กว้างเกินสมควรและไม่มีกำหนดเวลามีโอกาสถูกศาลลดทอนลง แต่การรอให้ศาลตัดสินมีต้นทุนสูงกว่าการเจรจาแก้ตั้งแต่ต้น

  4. 4

    วางสิทธิตรวจสอบบัญชีไว้ในสัญญา

    หากไม่มีสิทธิขอดูรายงานรายได้ ผู้สร้างจะพิสูจน์ไม่ได้เลยว่ายอดที่ได้รับถูกต้องหรือไม่

  5. 5

    จัดการการละเมิดอย่างเป็นลำดับ

    เริ่มจากแจ้งแพลตฟอร์ม ตามด้วยหนังสือเตือน แล้วจึงดำเนินคดี ลำดับนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดและได้ผลเร็วในหลายกรณี

บทวิเคราะห์เชิงลึก

สัญญาศิลปิน ครีเอเตอร์ และลิขสิทธิ์ผลงาน ให้รายได้กลับมาอยู่กับคนที่สร้าง ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

อาชีพในวงการบันเทิงและวงการสร้างเนื้อหาเติบโตเร็วกว่าความเข้าใจเรื่องสัญญาที่ใช้ในวงการนั้นมาก คนจำนวนมากเซ็นเอกสารฉบับแรกในชีวิตตอนที่ยังไม่มีอำนาจต่อรอง แล้วผูกพันไปอีกหลายปีในเงื่อนไขที่เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ยังไม่มีใครรู้จัก ปัญหาที่ตามมาแทบทั้งหมดวนอยู่กับสามเรื่องเดิมคือ ผลงานที่สร้างขึ้นเป็นของใคร รายได้ถูกหักด้วยค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนถึงมือผู้สร้าง และจะออกจากความสัมพันธ์นี้ได้เมื่อใด สามเรื่องนี้ตอบได้ตั้งแต่ก่อนเซ็นด้วยเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าปล่อยไปจนเกิดข้อพิพาท จะใช้เวลาเป็นปีและมีต้นทุนหลายเท่า

1. ความเป็นเจ้าของผลงานคือข้อที่แพงที่สุดในสัญญา

โดยหลักแล้วผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่ตนทำขึ้น แต่หลักนี้เปลี่ยนได้ด้วยข้อความเพียงบรรทัดเดียวในสัญญา คำที่ต้องระวังที่สุดคือถ้อยคำที่ให้บรรดาสิทธิทั้งปวงในงานตกเป็นของผู้ว่าจ้างตลอดไปโดยไม่จำกัดสื่อและอาณาเขต เพราะนั่นหมายความว่าผู้สร้างจะนำผลงานของตัวเองไปใช้ในผลงานรวมเล่มหรือแม้แต่โพสต์ซ้ำในภายหลังก็อาจต้องขออนุญาต

ทางออกที่สมดุลกว่าคือการให้สิทธิใช้งานแบบมีขอบเขต ระบุช่องทางที่อนุญาต ระยะเวลา และอาณาเขตให้ชัด พร้อมกำหนดว่าหากต้องการนำไปใช้เกินขอบเขตต้องจ่ายเพิ่มตามอัตราที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า วิธีนี้ทำให้แบรนด์ได้สิ่งที่ต้องการจริงในแคมเปญนั้น และผู้สร้างยังคงมีทรัพย์สินติดตัวไว้ใช้ต่อในอนาคต

สำหรับงานเพลงและงานแสดง ต้องแยกให้ออกระหว่างลิขสิทธิ์ในงานประพันธ์ ลิขสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียง และสิทธิของนักแสดง เพราะสามอย่างนี้อาจเป็นของคนละคนและถูกจัดเก็บค่าตอบแทนคนละช่องทาง ศิลปินที่โอนไปทั้งหมดในคราวเดียวมักไม่ทราบว่ากำลังยกรายได้สามสายให้พร้อมกัน

2. โครงสร้างรายได้ที่ทำให้ตัวเลขปลายทางต่างกันหลายเท่า

สัญญาศิลปินส่วนใหญ่ไม่ได้แบ่งรายได้จากยอดขายตรง ๆ แต่แบ่งจากยอดที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายที่ผู้ลงทุนออกไปก่อน เช่น ค่าผลิต ค่าโปรโมต ค่าเดินทาง หากไม่มีเพดานกำกับไว้ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะทบไปเรื่อยจนศิลปินอยู่ในสถานะติดลบตลอดสัญญา สิ่งที่ควรเจรจาไม่ใช่การห้ามหักค่าใช้จ่าย แต่คือการกำหนดเพดานต่อปีและกำหนดว่ารายการใดหักได้บ้างโดยระบุเป็นรายการ

สำหรับงานรับจ้างจากแบรนด์ ประเด็นที่พบบ่อยคือกำหนดชำระเงินที่ผูกกับการอนุมัติของลูกค้าปลายทางโดยไม่มีกรอบเวลา ทำให้ครีเอเตอร์ส่งงานแล้วรอเงินได้นานหลายเดือน วิธีแก้ที่ใช้ได้จริงคือเขียนว่าหากไม่แจ้งแก้ไขภายในจำนวนวันที่กำหนดให้ถือว่าอนุมัติ และกำหนดค่ามัดจำล่วงหน้าก่อนเริ่มถ่ายทำ

รายได้จากแพลตฟอร์มมีความซับซ้อนเพิ่มอีกชั้นเพราะเงินเข้าบัญชีใครก็มักถือว่าคนนั้นควบคุมการแบ่ง หากบัญชีช่องอยู่ในชื่อของเอเจนซี ครีเอเตอร์จะอยู่ในฐานะผู้รอรับส่วนแบ่งโดยไม่มีทางตรวจสอบยอดจริง การกำหนดให้บัญชีรับเงินอยู่ในชื่อของผู้สร้างและโอนส่วนแบ่งออกไป จึงเปลี่ยนดุลอำนาจทั้งฉบับ

3. ข้อผูกพันระยะยาวและทางออกจากสัญญา

สัญญาผูกขาดที่กำหนดระยะเวลายาวและต่ออายุอัตโนมัติเมื่อยังทำผลงานไม่ครบตามจำนวนที่ตกลง เป็นรูปแบบที่ทำให้ศิลปินติดอยู่ได้นานเกินกว่าที่คาดไว้มาก เพราะจำนวนผลงานที่ต้องส่งมอบขึ้นอยู่กับการอนุมัติของอีกฝ่ายด้วย การเจรจาที่ควรทำคือกำหนดวันสิ้นสุดที่แน่นอนไว้เสมอ แม้จะยังส่งมอบผลงานไม่ครบก็ตาม

ข้อห้ามไปทำงานที่อื่นเป็นเรื่องที่ต้องดูขอบเขตมากกว่าดูว่ามีหรือไม่มี ข้อห้ามที่จำกัดเฉพาะกิจกรรมที่แข่งขันโดยตรงในช่วงสัญญาถือว่าปกติ แต่ข้อห้ามที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมสร้างรายได้และต่อเนื่องไปหลังสิ้นสุดสัญญาโดยไม่มีค่าตอบแทน มีโอกาสสูงที่ศาลจะเห็นว่าเกินสมควรและลดผลบังคับลง

เมื่อความสัมพันธ์จบลง สิ่งที่มักถูกลืมคือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์และชื่อที่ใช้ในการทำงาน หากสัญญาไม่ได้ระบุ ผู้จัดการอาจอ้างสิทธิในชื่อที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้และในบัญชีที่ตนเป็นผู้สร้าง การเขียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาให้โอนบัญชีและชื่อกลับคืน เป็นข้อที่ป้องกันข้อพิพาทที่รุนแรงที่สุดได้ด้วยประโยคเดียว

4. การละเมิดผลงานและการรับมือที่ได้ผล

เมื่อพบว่าผลงานถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ลำดับที่ประหยัดที่สุดคือแจ้งแพลตฟอร์มก่อน เพราะระบบแจ้งเตือนของแพลตฟอร์มทำงานเร็วกว่ากระบวนการทางกฎหมายมาก แต่ก่อนแจ้งต้องบันทึกหลักฐานให้ครบเสียก่อน เพราะเมื่อเนื้อหาถูกลบแล้วการเก็บหลักฐานย้อนหลังทำได้ยากและอาจเสียคดีในภายหลัง

การนำผลงานไปใช้เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเป็นทั้งความผิดทางแพ่งและทางอาญา การเลือกใช้ช่องทางอาญามีน้ำหนักในการเจรจาแต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะกระบวนการอาญาใช้เวลานานและไม่ได้ทำให้ได้รับค่าเสียหายโดยตรง ในหลายกรณีการฟ้องแพ่งพร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดเผยแพร่ได้ผลเร็วกว่า

สำหรับเนื้อหาที่สร้างด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ คำถามที่เริ่มพบมากขึ้นคือใครเป็นเจ้าของผลลัพธ์และผู้ว่าจ้างจะเรียกร้องได้หรือไม่หากผลงานถูกสร้างซ้ำได้โดยคนอื่น ทางปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือระบุในสัญญาให้ชัดว่าส่วนใดสร้างด้วยเครื่องมือดังกล่าว และให้คำรับรองเฉพาะส่วนที่ผู้สร้างทำขึ้นเองเท่านั้น

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ตรวจสัญญาพร้อมสรุปความเสี่ยงก่อนลงนามไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ20,000–40,000 บาทต่อฉบับรวมการประชุมอธิบายผลหนึ่งครั้ง
ร่างชุดสัญญาสำหรับเอเจนซีหรือค่ายไม่มี60,000–150,000 บาทครอบคลุมสัญญาศิลปิน สัญญาผลิต และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ
คดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือเรียกส่วนแบ่งค้างชำระค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์80,000 บาทขึ้นไปต่อชั้นศาลคดีที่ขอคุ้มครองชั่วคราวมีค่าดำเนินการเพิ่ม

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

ครีเอเตอร์ถูกแบรนด์นำคลิปไปใช้เกินขอบเขต

สถานการณ์
สัญญาระบุให้ใช้ในช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ระยะเวลาสามเดือน แต่คลิปถูกนำไปตัดใหม่ใช้ในสื่อนอกบ้านต่อเนื่องอีกเกือบปี
สิ่งที่เราทำ
รวบรวมภาพถ่ายป้ายพร้อมพิกัดและวันที่ แล้วส่งหนังสือเรียกค่าใช้สิทธิเพิ่มตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาเดิม
ผลที่ได้
แบรนด์ชำระค่าใช้สิทธิย้อนหลังและต่ออายุการใช้งานอย่างถูกต้อง

ศิลปินขอออกจากสัญญาผูกขาดที่ต่ออายุอัตโนมัติ

สถานการณ์
สัญญาต่ออายุตัวเองเพราะยังส่งมอบผลงานไม่ครบ ทั้งที่การอนุมัติผลงานอยู่ในดุลพินิจของอีกฝ่ายเพียงฝ่ายเดียว
สิ่งที่เราทำ
รวบรวมหลักฐานการส่งงานที่ถูกปฏิเสธโดยไม่ให้เหตุผล และเสนอเงื่อนไขยุติสัญญาพร้อมแบ่งรายได้จากผลงานเดิมต่อไป
ผลที่ได้
คู่สัญญาตกลงยุติกันเป็นหนังสือ พร้อมโอนบัญชีสื่อสังคมกลับคืนให้ศิลปิน

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

ยังไม่ได้ลงนามและอีกฝ่ายเร่งให้เซ็นภายในวันเดียว

ขอเวลาตรวจอย่างน้อยสามวันทำการ ข้อเร่งรัดคือสัญญาณเตือนในตัวเอง

มูลค่างานต่อชิ้นไม่สูงแต่ทำซ้ำหลายครั้งกับลูกค้าเดิม

ใช้สัญญาแม่ฉบับเดียวแล้วออกใบสั่งงานรายครั้ง

ผลงานถูกนำไปใช้โดยไม่ได้อนุญาตแต่ผู้ใช้เป็นรายย่อย

แจ้งแพลตฟอร์มและออกหนังสือเตือนก่อน ยังไม่ต้องฟ้อง

มีข้อพิพาทเรื่องเงินและยังต้องทำงานร่วมกันต่อ

ใช้การเจรจาที่มีคนกลางก่อนเข้าสู่กระบวนการศาล

ส่งร่างสัญญามาก่อนเซ็นสักฉบับ เราจะชี้ให้เห็นว่าข้อใดกินรายได้ในระยะยาวและข้อใดปิดทางออกไว้ พร้อมเสนอถ้อยคำแก้ที่อีกฝ่ายยอมรับได้จริง

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

การยกเลิกฝ่ายเดียวทำได้เมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญาในสาระสำคัญ เช่น ไม่จ่ายส่วนแบ่งตามรอบหรือไม่จัดหางานตามที่รับไว้ ส่วนข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมอาจถูกศาลลดผลบังคับลงได้แม้ไม่ถึงขั้นโมฆะ

ปรึกษา สัญญาศิลปิน ครีเอเตอร์ และลิขสิทธิ์ผลงาน ให้รายได้กลับมาอยู่กับคนที่สร้าง

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที