Skip to main content

บริการกฎหมาย

อาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล และความรับผิดจากปัญญาประดิษฐ์

เมื่อข้อมูลรั่ว นาฬิกาเริ่มเดินทันที และกฎหมายวัดจากเวลาที่รู้เหตุ ไม่ใช่เวลาที่ตรวจสอบเสร็จ

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

งานสายนี้มีสามกลุ่มที่ต้องแยกจากกัน กลุ่มแรกคือผู้เสียหายจากการถูกแฮ็ก ถูกปลอมตัวตน หรือถูกทำสื่อปลอมด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งต้องเก็บหลักฐานดิจิทัลให้ถูกวิธีก่อนที่ข้อมูลจะหาย กลุ่มที่สองคือองค์กรที่ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลและมีหน้าที่แจ้งเหตุภายในกรอบเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลกำหนด กลุ่มที่สามคือธุรกิจที่นำระบบอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้แล้วเกิดความเสียหายต่อผู้ใช้ ซึ่งความรับผิดตกที่ผู้นำระบบมาใช้เป็นหลัก ไม่ใช่ผู้พัฒนาเสมอไป เริ่ม 30,000 บาท

เริ่ม ฿30,000 เริ่ม 30,000 บาทสำหรับรับมือเหตุหนึ่งเหตุ งานฟ้องคดีและงานตรวจพิสูจน์เชิงลึกคิดแยก · รับมือเหตุ 3–15 วัน คดีอาญา 8–20 เดือน

อาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล และความรับผิดจากปัญญาประดิษฐ์ โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล อาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล และความรับผิดจากปัญญาประดิษฐ์ ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • บุคคลที่ถูกนำภาพหรือเสียงไปสร้างสื่อปลอมหรือใช้หลอกลวงผู้อื่น
  • ธุรกิจที่ระบบถูกเจาะและข้อมูลลูกค้าถูกนำไปเผยแพร่หรือขาย
  • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องแจ้งเหตุและรับมือการร้องเรียน
  • ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ถูกเรียกให้รับผิดจากเนื้อหาหรือผลลัพธ์ของระบบอัตโนมัติ
  • ผู้เสียหายจากการถูกเจาะบัญชีธนาคารหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • เก็บหลักฐานดิจิทัลพร้อมบันทึกลำดับการครอบครองที่ศาลรับฟังได้
  • คำร้องขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์และแจ้งความดำเนินคดี
  • หนังสือแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลถึงหน่วยงานกำกับและเจ้าของข้อมูล
  • แนวปฏิบัติหลังเกิดเหตุที่ลดโอกาสถูกปรับซ้ำจากประเด็นเดียวกัน
  • ทบทวนสัญญาผู้ให้บริการระบบและข้อจำกัดความรับผิดที่ใช้ได้จริง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ภาพหน้าจอพร้อมที่อยู่เว็บเต็มและเวลาที่บันทึก
  • บันทึกการเข้าใช้ระบบ ไฟล์บันทึกเหตุการณ์ และรายงานของทีมเทคนิค
  • รายการเดินบัญชีและหลักฐานการโอนกรณีมีความเสียหายทางการเงิน
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว บันทึกกิจกรรมการประมวลผล และสัญญาผู้ประมวลผล
  • การติดต่อกับผู้กระทำหรือผู้เรียกค่าไถ่ทั้งหมดโดยไม่ลบ

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 5 ขั้น

  1. 1

    ตรึงหลักฐานภายในชั่วโมงแรก

    บันทึกไฟล์บันทึกเหตุการณ์และภาพหน้าจอก่อนแจ้งผู้เกี่ยวข้อง เพราะหลักฐานมักถูกลบทันทีที่ผู้กระทำรู้ตัว

  2. 2

    ประเมินหน้าที่แจ้งเหตุ

    ไม่ใช่ทุกเหตุต้องแจ้ง แต่การประเมินต้องทำเป็นเอกสารและเสร็จภายในกรอบเวลา

  3. 3

    ดำเนินการทางอาญาและปิดกั้นการเผยแพร่พร้อมกัน

    การแจ้งความอย่างเดียวไม่ทำให้เนื้อหาหายไป ต้องมีคำร้องขอระงับควบคู่

  4. 4

    ตามเส้นทางเงินให้เร็วที่สุด

    การอายัดปลายทางมีโอกาสสำเร็จสูงในช่วงวันแรก ๆ และลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น

  5. 5

    แก้ที่ระบบ ไม่ใช่แค่ที่เหตุการณ์

    การชี้แจงว่าได้ปรับปรุงมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมมีผลต่อการพิจารณาโทษปรับอย่างมาก

บทวิเคราะห์เชิงลึก

อาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล และความรับผิดจากปัญญาประดิษฐ์ ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

เหตุการณ์ทางไซเบอร์มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งที่ต่างจากคดีอื่น คือหลักฐานหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง ไฟล์บันทึกเหตุการณ์ถูกเขียนทับตามรอบ บัญชีที่ใช้กระทำถูกปิด โพสต์ถูกลบ และเงินที่โอนออกถูกกระจายต่อไปยังบัญชีปลายทางหลายชั้น สิ่งที่ผู้เสียหายทำในชั่วโมงแรกจึงมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งที่ทนายทำได้ในเดือนถัดไป ขณะที่องค์กรซึ่งข้อมูลรั่วไหลกลับเผชิญนาฬิกาอีกเรือนหนึ่ง คือกรอบเวลาแจ้งเหตุตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เริ่มนับตั้งแต่รู้เหตุ ไม่ใช่ตั้งแต่ตรวจสอบเสร็จ

1. การเก็บหลักฐานดิจิทัลที่ศาลรับฟังได้

ภาพหน้าจอที่ครอบเฉพาะข้อความมีค่าน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด สิ่งที่ทำให้หลักฐานใช้ได้คือการบันทึกที่แสดงที่อยู่เว็บเต็ม ชื่อบัญชีผู้โพสต์ เวลาที่บันทึก และวิธีที่ได้มา ยิ่งถ้ามีการรับรองโดยบุคคลที่สามหรือบันทึกเป็นวิดีโอต่อเนื่องตั้งแต่เปิดหน้าจนถึงเนื้อหา จะโต้แย้งได้ยากขึ้นมาก

สำหรับองค์กร ไฟล์บันทึกเหตุการณ์ของระบบคือหัวใจ แต่ระบบส่วนใหญ่ตั้งค่าให้เก็บย้อนหลังจำกัด คำสั่งแรกเมื่อสงสัยว่ามีการบุกรุกจึงควรเป็นการหยุดวงจรการเขียนทับและทำสำเนาแยกไว้ ก่อนที่ทีมเทคนิคจะเริ่มแก้ไขระบบ เพราะการกู้คืนระบบมักทำลายร่องรอยที่จำเป็นต่อการพิสูจน์ตัวผู้กระทำ

เรื่องที่ควรย้ำคืออย่าลบการติดต่อกับผู้กระทำ แม้ข้อความจะน่าอาย ถูกข่มขู่ หรือมีการต่อรองที่ผู้เสียหายไม่อยากให้ใครเห็น ข้อความเหล่านั้นเป็นหลักฐานเชื่อมโยงตัวบุคคลที่ดีที่สุดที่มีอยู่ และการลบเพียงบางส่วนทำให้ชุดหลักฐานทั้งหมดถูกตั้งคำถาม

2. หน้าที่เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งเหตุการละเมิดต่อหน่วยงานกำกับโดยไม่ชักช้าภายในกรอบเวลาที่กำหนด และแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อเหตุนั้นมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเขา คำที่มักถูกอ่านข้ามคือไม่ใช่ทุกเหตุต้องแจ้ง แต่ทุกเหตุต้องประเมินและบันทึกผลการประเมินไว้ องค์กรที่ไม่แจ้งเพราะประเมินแล้วว่าความเสี่ยงต่ำ ต้องมีเอกสารรองรับการประเมินนั้น

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือเมื่อเหตุเกิดจากผู้ให้บริการภายนอกแล้วองค์กรจะพ้นความรับผิด ความจริงคือผู้ควบคุมข้อมูลยังคงรับผิดต่อเจ้าของข้อมูลโดยตรง แล้วจึงไปไล่เบี้ยกับผู้ประมวลผลตามสัญญาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะทำได้แค่ไหนขึ้นกับว่าสัญญาที่ลงนามไว้กำหนดหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยและการชดใช้ไว้ชัดเจนเพียงใด

สิ่งที่มีผลต่อบทลงโทษมากที่สุดไม่ใช่ขนาดของเหตุ แต่คือสิ่งที่องค์กรทำหลังจากนั้น การแสดงให้เห็นว่าได้ปิดช่องโหว่ ทบทวนสิทธิเข้าถึง อบรมพนักงาน และเปลี่ยนกระบวนการที่เป็นต้นเหตุอย่างเป็นรูปธรรม มีน้ำหนักมากกว่าคำอธิบายว่าเหตุเกิดจากการโจมตีที่ซับซ้อน

3. ความรับผิดเมื่อระบบอัตโนมัติสร้างความเสียหาย

คำถามที่ธุรกิจถามมากขึ้นเรื่อย ๆ คือถ้าระบบอัตโนมัติที่นำมาใช้ให้คำตอบผิดจนลูกค้าเสียหาย ใครรับผิด หลักที่ใช้ได้ในปัจจุบันคือผู้นำระบบมาใช้เป็นผู้ให้บริการต่อผู้ใช้ จึงรับผิดต่อผู้เสียหายเป็นด่านแรก เช่นเดียวกับการใช้เครื่องมือหรือลูกจ้างในการประกอบกิจการ การอ้างว่าระบบตัดสินใจเองไม่ได้ทำให้ความรับผิดหายไป

ความรับผิดของผู้พัฒนาหรือผู้ให้บริการแบบจำลองขึ้นกับสัญญาเป็นหลัก สัญญาส่วนใหญ่จำกัดความรับผิดไว้ต่ำมากและระบุว่าผลลัพธ์อาจไม่ถูกต้อง ธุรกิจที่นำระบบมาใช้ในงานที่กระทบสิทธิของคน เช่น การอนุมัติสินเชื่อ การคัดกรองผู้สมัครงาน หรือคำแนะนำที่มีผลต่อสุขภาพหรือการเงิน จึงต้องมีขั้นตอนให้มนุษย์ทบทวนก่อนมีผลจริง มิฉะนั้นความเสี่ยงจะกองอยู่ที่ตนทั้งหมด

อีกประเด็นที่กำลังกลายเป็นข้อพิพาทจริงคือการนำภาพ เสียง หรือลักษณะเฉพาะของบุคคลไปสร้างสื่อสังเคราะห์ ผู้เสียหายมีทางเดินได้หลายทางพร้อมกัน ทั้งความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในการนำเข้าข้อมูลปลอม ความผิดฐานหมิ่นประมาทหากเนื้อหาทำให้เสียชื่อเสียง การละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัว และการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งพร้อมคำขอให้ระงับการเผยแพร่

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
รับมือเหตุเบื้องต้นและเก็บหลักฐานไม่มี30,000–60,000 บาทรวมคำแนะนำเร่งด่วนภายในวันเดียวกัน
จัดทำหนังสือแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลไม่มี35,000–70,000 บาทรวมเอกสารประเมินความเสี่ยงที่ใช้อ้างอิงได้
คำร้องขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ค่าธรรมเนียมศาลตามอัตรา40,000 บาทขึ้นไปยิ่งยื่นเร็วยิ่งจำกัดการแพร่กระจายได้มาก
ทบทวนสัญญาผู้ให้บริการและข้อจำกัดความรับผิดไม่มี25,000–50,000 บาทควรทำก่อนต่ออายุสัญญา ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

ร้านค้าออนไลน์ที่ฐานข้อมูลลูกค้าถูกนำไปขาย

สถานการณ์
พบประกาศขายข้อมูลลูกค้าพร้อมตัวอย่างที่ตรงกับฐานข้อมูลจริง
สิ่งที่เราทำ
ทำสำเนาไฟล์บันทึกเหตุการณ์ก่อนกู้ระบบ จัดทำการประเมินความเสี่ยงและแจ้งเหตุภายในกรอบเวลา พร้อมยื่นคำร้องให้ระงับประกาศ
ผลที่ได้
ประกาศถูกระงับ และการแสดงมาตรการแก้ไขที่ทำจริงช่วยลดผลของการพิจารณาโทษ

ผู้เสียหายจากคลิปสังเคราะห์ที่ใช้ใบหน้าจริง

สถานการณ์
มีการนำภาพจากบัญชีสาธารณะไปสร้างวิดีโอที่ทำให้เข้าใจผิดและเผยแพร่เป็นวงกว้าง
สิ่งที่เราทำ
บันทึกหลักฐานแบบวิดีโอต่อเนื่อง แจ้งความ และยื่นคำร้องระงับการเผยแพร่ควบคู่กับหนังสือถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
ผลที่ได้
เนื้อหาถูกลบจากช่องทางหลักภายในสองสัปดาห์และดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ต้นทางได้

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

เพิ่งพบว่าระบบถูกเจาะเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

สำเนาไฟล์บันทึกเหตุการณ์ก่อนให้ทีมเทคนิคเริ่มกู้ระบบ

ถูกโอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่ได้ทำเอง

ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดปลายทางทันทีในวันเดียวกัน แล้วจึงแจ้งความ

ไม่แน่ใจว่าเหตุที่เกิดต้องแจ้งหน่วยงานกำกับหรือไม่

ทำการประเมินเป็นเอกสารทันที เพราะการไม่มีเอกสารประเมินเป็นปัญหามากกว่าการตัดสินใจไม่แจ้ง

กำลังจะนำระบบอัตโนมัติมาใช้ตัดสินใจแทนคน

ใส่ขั้นตอนให้มนุษย์ทบทวนในจุดที่ผลลัพธ์กระทบสิทธิของผู้ใช้

หากเหตุเพิ่งเกิด ให้ติดต่อเราก่อนเริ่มกู้ระบบหรือก่อนลบอะไรทั้งสิ้น เราจะบอกได้ทันทีว่าต้องเก็บอะไรไว้ ต้องแจ้งใครภายในกี่วัน และมีช่องทางใดที่ยังทันจำกัดความเสียหาย

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ดำเนินได้ทั้งความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดฐานหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง พร้อมขอให้ระงับการเผยแพร่

ปรึกษา อาชญากรรมไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล และความรับผิดจากปัญญาประดิษฐ์

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที