เกาหลี / เอกสารวีซ่า
วีซ่า F-6 เกาหลี: แยกคำแปลกับการรับรองเอกสาร

การแปลและการรับรองเอกสารเป็นคนละขั้นตอนสำหรับการเตรียมวีซ่าคู่สมรสเกาหลี การมีตราหรือผู้แปลรับรองไม่รับประกันวีซ่า บทความนี้ตรวจข้อมูล ณ 8 ตุลาคม 2569 และไม่อ้างว่ามีข้อกำหนด NAATI ใหม่หรือเส้นทาง Apostille ไทยที่ใช้งานได้แล้ว
1. ใช้รายการจากหน่วยงานที่รับคำขอ
ค้นรายการ F-6 ที่เว็บไซต์สถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย https://overseas.mofa.go.kr/th-th/index.do แล้วตรวจวันที่เผยแพร่และขอบเขตผู้สมัคร
การยื่นวีซ่านอกเกาหลีกับการดำเนินเรื่องสถานะในเกาหลีอาจมีช่องทางต่างกัน อย่าถือว่า HIKOREA เป็นช่องอัปโหลดสำหรับทุกคำขอ
2. ตรวจเอกสารทั้งสองฝ่าย
ทำรายการเอกสารระบุตัวตน ความสัมพันธ์และหลักฐานอื่นตาม checklist ที่ตรงกรณี จับคู่ชื่อ วันเกิดและเลขเอกสารกับหนังสือเดินทาง
ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อ หย่าหรือข้อมูลทะเบียนไม่ตรง ให้ระบุเอกสารเชื่อมโยงและถามเรื่องฉบับที่ต้องใช้ก่อนแปล
3. ยืนยันภาษาและคุณสมบัติผู้แปล
ถามว่าเอกสารแต่ละชนิดต้องแปลภาษาใด มีคำรับรองรูปแบบใดและใครแปลได้ ไม่พบหลักฐานให้เหมารวมว่าเอกสารไทยทุกชุดต้องมี NAATI หรือ CPOL
เอกสารสองภาษาจากหน่วยงานไทยอาจยังต้องผ่านขั้นตอนรับรองตามที่ผู้รับกำหนด การอ่านภาษาได้ไม่ใช่คำตอบเรื่องการรับรอง
4. สถานะ Apostille ไทยในวันตรวจ
HCCH ระบุว่าไทยฝากภาคยานุวัติเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และกำหนดมีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570: https://www.hcch.net/en/instruments/conventions/status-table/?cid=41 ณ 8 ตุลาคม 2569 ยังไม่ควรอ้างว่าเอกสารไทยมี Apostille ที่ใช้ได้ตามอนุสัญญาแล้ว
การรับรองปัจจุบันต้องยืนยันกับสถานทูตและกรมการกงสุลตามชนิดเอกสาร กรมการกงสุล: https://consular.mfa.go.th/ การรับรองยืนยันเรื่องเอกสาร ไม่ได้แทนคำแปล
5. ก่อนนัดและส่งเอกสาร
ตรวจวิธีนัด ช่องทางยื่น ฉบับจริงหรือสำเนา ลายเซ็นและอายุเอกสารตามประกาศของหน่วยงาน อย่าสร้างลำดับอัปโหลดหรือสัญญาว่าลัดขั้นตอนได้
หากได้รับคำขอเอกสารเพิ่ม ให้ตอบตามประเด็นที่ระบุและเก็บหลักฐานการส่ง ระยะเวลาขึ้นกับผู้พิจารณาและความครบของคำขอ
6. ส่งข้อมูลเพื่อประเมินงานแปล
ส่ง checklist ทางการ สแกนเอกสาร ประเทศที่ยื่นและกำหนดนัดผ่าน /contact เพื่อแยกงานแปล งานรับรองและค่าจัดส่งตามที่ต้องใช้จริง
เริ่มที่สถานทูตเกาหลี https://overseas.mofa.go.kr/th-th/index.do และตรวจ HCCH หากวางแผนใช้เอกสารหลังวันที่อนุสัญญามีผล ไม่รับประกันผลวีซ่าจากแพ็กเกจเอกสาร
สรุป
ก่อนจ่ายค่าแปล ให้ได้คำตอบเรื่องภาษา ผู้แปลและขั้นรับรองจากผู้รับเอกสารก่อน วิธีนี้ช่วยลดการสั่งงานซ้ำโดยไม่ต้องอ้างสูตรอนุมัติวีซ่าหรือระยะเวลาที่รับประกัน
แหล่งอ้างอิงทางการ
ข้อมูลกฎหมายและภาษีเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานหรือปรึกษาทีมเราก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
F-6 ต้องใช้ NAATI ทุกเอกสารไหม?+
อย่าเหมารวม ตรวจประกาศหรือคำตอบของสถานทูตที่รับคำขอเกี่ยวกับภาษาและการรับรองคำแปลเฉพาะเอกสาร
Apostille แทนคำแปลได้หรือไม่?+
ไม่ใช่หน้าที่เดียวกัน การรับรองเอกสารไม่ได้ทำให้ข้อความกลายเป็นภาษาที่ผู้รับต้องการ
ไทยใช้ Apostille ได้แล้ว ณ 8 ตุลาคม 2569 หรือไม่?+
HCCH กำหนดให้มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงยังไม่ควรใช้ข้อความว่าเส้นทางตามอนุสัญญามีผลแล้ว ต้องยืนยันวิธีปัจจุบันกับผู้รับ
ควรส่งอะไรเพื่อขอประเมินค่าแปล?+
ส่งรายการทางการ สแกนทุกหน้า สถานที่ยื่น ภาษาและกำหนดนัด เพื่อแยกงานที่จำเป็นออกจากงานที่ผู้รับไม่ได้ขอ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →Statutory Declaration ทดแทน NAATI ได้จริงหรือ? อ่านก่อนยื่นวีซ่า
หลายเคสถูกปฏิเสธเพราะเข้าใจผิดว่า Stat Dec จากทนายไทยแทน NAATI ได้ บทความนี้อธิบายเงื่อนไข DHA ล่าสุดพร้อมตัวอย่างเอกสารจริง
Back Translation ตรวจคำแปล NAATI ก่อนยื่น: ป้องกันข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็น
การแปลกลับ (back translation) โดยนักแปลคนที่สองจับข้อผิดพลาดที่นักแปลต้นทางมองไม่เห็น ก่อนยื่นเอกสารจริง
ทำงานร่วมกับ Migration Agent (MARA) ยังไงให้คำแปล NAATI เข้าระบบ ImmiAccount ครั้งเดียวผ่าน
ทีมของเราส่งงานเข้า MARA agent ทุกสัปดาห์ นี่คือมาตรฐานการตั้งชื่อไฟล์ ลำดับการรวมเอกสาร และ metadata ที่ทำให้ agent อัปโหลดครั้งเดียวไม่โดน RFI